ความเชื่อที่ซ่อนในเลข 23 มันคือสัญญาณเตือนอะไร ?

ความเชื่อในเรื่องของสายมู ความเชื่อที่ซ่อนในเลข 23 ความลับอะไรเกี่ยวกับตัวเลขนี้ มันกำลังให้สัญญาณเตือนอะไรกับเราหรือเปล่า ?? ความเชื่อที่มีแต่โบราณ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

ความหมาย ความเชื่อที่ซ่อนในเลข 23

เลข 23 นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข หรือลำดับทางคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่โลกของเรายังมีศาสตร์เกี่ยวกับตัวเลือกมากมาย ทุก ๆ ตัวเลขต่างก็มีความหมาย ของความเชื่อต่าง ๆ ที่มีมาตั้งแต่โบราณ ทุก ๆ ตัวเลขสามารถสื่อสารได้ รวมไปถึงเลข 23 ด้วย

ความเชื่อที่ซ่อนในเลข 23 ควาเชื่อ ข้ออ้างอิงจากบาทหลวงเป็นถึงระดับศาสนาจารย์ Archbishop Ussher ในสมัยศตวรรษที่ 17 ได้มีการระบุว่า โลกถูกสร้างถึงเมื่อ 23 ตุลาคม ย้อนกลับไป 4004 ก่อนคริสตกาล และ 23 ก็ยังเป็นความเชื่อว่า เป็นวันสิ้นโลก  23 เดือนธันวาคม ค.ศ.2012 คือวันสิ้นโลก

และยังมีความเชื่อในด้านลบว่า เลข 23 เป็นตำแหน่งที่เชื่อมต่อกับสิ่งลี้ลับ สิ่งเหนือธรรมชาติ เลข 23 ที่แยกกันเป็นเลขเดี่ยว เมื่อนำมาหารกันจะได้ 0.666 ไปโยงกับตัวเลข 666 ที่เป็นสัญลักษณ์ของซาตาน เลข 666 ปรากฏบนคัมภีร์ไบเบิล ภาคพันธสัญญาใหม่ ทั้งเลขของปีศาจ สัตว์ร้าย (Number Of The Beast) มีคนได้ตีความไปในหลาย ๆ ทางว่า คือ เลขประจำตัวที่ถอดจากอักษร ชื่อของผู้ที่ต่อต้านพระเจ้า บ้างก็กล่าวว่าเลขนี้จะอยู่บนมือขวา หน้าผากของผู้ที่ต่อต้านพระเจ้า 

โครโมโซม ความเชื่อที่ซ่อนในเลข 23

และยังมีความเชื่อว่าเลข 23 เป็นลางบอกเหตุ สัญลักษณ์ของความเลวร้าย และหายนะที่เรียกกันว่า 23 Eningma ซึ่งความเชื่อนี้กลายมาเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมในอเมริกายุค 60 – 70 กันเลยทีเดียว และโครโมโซม 23 คู่ ยังมีความสอดคล้องทางวิทยาศาสตร์ และคัมภีร์ไบเบิล

ค.ศ.1882 วอลเทอร์เฟลมมิง (Walher Flemming) เป็นผู้ที่ค้นพบว่าเซลล์ทุก ๆ เซลล์ในร่างกายมนุษย์จะประกอบไปด้วย โครโมโซม 23 คู่ หรือ 46 แท่ง จะได้จากพ่อ และแม่รวมกัน นี้คือความพิเศษของมนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนโลก ที่มีโครโมโซม 23 คู่ 

เลข 23 กับหลักวิทยาศาสตร์ 

ความสำคัญของ 23 ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ในแง่ของการกำเนิดมนุษย์ มีความสอดคล้องกับคัมภีร์ศาสนาอย่างไม่น่าเชื่อ จากการบันทึกของ Josephus นักประวัติศาสตร์ชาวยิว มีชีวิตในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 ระบุว่า บรรพบุรุษของมนุษยชาติ อดัม และอีฟเป็นมนุษย์คู่แรกของโลก ที่พระเจ้าได้สร้างขึ้นมา และได้กำเนิดลูกหลาน มีลูกสาว 23 คน ทำให้เลข 23 ได้มีการเชื่อมโยงกับการเกิดของมนุษย์  แต่บางก็ให้ความของเลข 23 ที่ตรงกันข้าม เป็นสัญลักษณ์ของความตาย แต่ก็มีเลข 46 ที่นำ 23 มาคูณ 2 เป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนชีพ ก่อเกิดมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง

Psalm 23 ตัวเลขที่มาพร้อมความหวัง และความศรัทธา

เพลงสดุดี 23 หรือ Psalm 23 สื่อในเชิงบวก หมายถึง ความหวัง และความศรัทธา เป็นบทที่มีชื่อเสียงมากที่สุดหนึ่งบทของคัมภีร์ไบเบิล บทร้อยแก้วที่นิยมอ่านกันในพิธีศพ ตามธรรมเนียมของศาสนาคริสเตียน และศาสนายิว เพื่อส่งวิญญาณผู้วายชนม์ ไปสู่ดินแดนของพระเจ้า

พร้อมทั้งเป็นการปลอบประโลมผู้ที่อยู่ข้างหลัง เพลงนี้จะมีท่วงทำนอง และภาษาที่แสนไพเราะ มีต้นกำเนิดมาจาก บทเพลงที่กษัตริย์เดวิดได้เขียนขึ้น ภายหลัง Psalm มีอิทธิพลต่อวงการวรรณกรรม และบทเพลงของโลกตะวันตก อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของนักเขียนกวีแบบร้อยแก้ว กลอนเปล่า 

psalm 23 ความเชื่อที่ซ่อนในเลข 23

เนื้อหาที่น่าสนใจของเพลงสดุดี 23 (มีด้วยกันทั้งหมด 150 บท) ได้มีการกล่าวสดุดีผู้เลี้ยงแกะ คำพรรณนาสรรเสริญพระเจ้า ผู้ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ และจังหวะคำก่อสุนทรียะขณะที่ค่อย ๆ ฟัง เปลี่ยนความสิ้นหวัง ให้กลายเป็นความหวัง มีการเอยนามพระเจ้า ที่สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นของพระองค์ ที่จะนำทางมนุษย์ไปสู่สวรรค์ ดินแดนแห่งความสมบูรณ์ที่เป็นนิรันดร์ 

คำว่า Psalm มีรากศัพท์มาจากภาษาฮีบรูว์ หมายถึง บทเพลงที่แต่งเพื่อนขับลำนำ คลอดไปกับพิณสาย หรือฮาร์ป เครื่องดนตรีที่เป็นตัวแทนแห่งความไพเราะในดินแดนสวรรค์ ดังตัวอย่างในเพลงสดุดี 23 แปลเป็นภาษาไทยว่า พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงบนทุ่งหญ้าสีเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ พระองค์ฟื้นจิตใจข้าพเจ้า พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในวิถีแห่งความชอบธรรม เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์ 

ท่วงทำนองของถ้อยคำนั้น สร้างความสะเทือนอารมณ์ให้ผู้ที่ได้อ่าน หรือผู้ที่ได้รับฟัง ให้ได้เข้าสู่ความหวัง เป็นต้นแบบที่ทรงอิทธิพลในการเขียนบทกวีกลอนเปล่า การเขียนกวีวรรณคดีอังกฤษ บทที่วิเคราะห์โดย Carol Rumens (หนังสือพิมพ์ดิ อินดิเพนเดนต์ ค.ศ.2011)  เนื่องในวาระครบรอบ 400 ปี ในการตีพิมพ์ของคัมภีร์ไบเบิล ฉบับของพระเจ้าเจมส์ ยกให้เนื้อหาในตอน Psalm ของคัมภีร์ไบเบิล เป็นต้นแบบของกวีกลอนเปล่า แบบอเมริกัน (Freeverse) ที่ได้สืบทอดกันมาถึงนักเขียนกวีชื่อดัง ในยุคศตวรรษที่ 20 วอลต์วิดแมน และเฮอร์มาน เมลวิลล์ เป็นต้น 

XXIII เลขโรมัน ความตายของซีซาร์

เลขโรมัน ความเชื่อที่ซ่อนในเลข 23

จูเลียส ซีซาร์ จักรพรรคโรมันผู้ได้กำหนดให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันแรกของปีศักราชบนปฏิทิน นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยง จูเลียส ซีซาร์ และอาถรรพ์หมายเลข 23 มีการอ้างอิงว่า ตอนที่ถูกลอบสังหาร จนถึงแก่กรรม เขาถูกแทงจากข้างหลัง 23 ครั้ง ทำให้เลข 23 นิยมเขียนเป็นเลขโรมัน XXIII ไม่เขียนแบบเลขอารบิก 

นอกจากความตายของซีซาร์แล้ว XXIII ยังเป็นรอยสักที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีการระบุว่าตัวเลข XXIII ได้รับความนิยมในหมู่ของคนที่ต้องการสัก สื่อความหมายว่า ความเมตตา และความมีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่น และเลขโรมัน 5 อักขระ คนที่สักต้องการสักให้เรียงตัวกันโดยไม่มีช่องว่าง 

23 ความตายของหญิงร้าย ในพระคัมภีร์ 

ในคริสต์ศาสนาาเรื่องรางของ เจซเซเบล หรือเยเซเบล (Jezabel) หญิงงามตัวแทนของจิตวิญญาณแห่งความชั่วร้าย เจ้าหญิงแห่งดินแดนไทร์ (เลบานอน) ได้เสกสมรสกบกษัตริย์อาหับ อิสราเอล และได้ขึ้นมาเป็นราชินีในภายหลัง และสถาปนาความเชื่อดั้งเดิม บูชาเทพ Baal เทพเจ้าสายฟ้า ผู้ที่บันดาลลมฟ้า และเทพีแห่งความอุดสมสมบูรณ์ ซึ่งขัดต่อความเชื่อของพระเจ้าองค์เดียว ที่อิสราเอลในขณะนั้น 

ความตายของหญิงร้าย

การนับถือเทพเจ้าที่มีความต่างออกไปนี้ ทำให้เธอใช้อำนาจจัดการกว้างล้างฝ่ายตรงข้าม จับพระ หรือผู้นำพิธีกรรมทางศาสนา ที่นับถือพระเยโฮวาห์ไปสังหาร จนเป็นสงครามระหว่างราชินีเจซเซเบล และผู้นำศาสนาของเยโฮวาห์ ความเชื่อเรื่องนับถือพระเจ้าองค์เดียว ไม่ว่าจะเป็นศาสนายิว อิสลาม คริสเตียน ห้ามผิดประเพณีการบูชาเคารพเทพ หรือเทพีหลายองค์ ในขณะที่ความเชื่อของเจซเซเบลนั้นสรรเสริญพลังธรรมชาติ และการให้กำเนิด 

พิธีกรรมบางอย่างมีการเซ่นไหว้อาหารต่อเทพเจ้า ได้ชี้นำสอนให้คนเชื่อเรื่องของเพศสัมพันธ์ที่ผิดจากคริสเตียน โดยตามพระคัมภีร์แล้ว พฤติกรรมเหล่านี้เป็นบาป เนื้อหาความเป็นหญิงร้าย ได้ถูกเล่าเอาไว้ใน คัมภีร์โทราของศาสนายิว และคัมภีร์ไบเบิลศาสนาคริสต์ กลายมาเป็นที่มาของคำว่า Jezebel Spirit สื่อนัยถึงความชั่วร้าย ผิดศีลธรรม

ในคัมภีร์ได้มีการกล่าวถึงเธอ 23 ครั้ง และบทความทำนายความตายของเธอ เป็นบทลงโทษของผู้ที่ได้ละเมิดต่อกฏของพระเจ้า ที่ได้ปรากฏบทคัมภีร์ไบเบิล ฉบับพระเจ้าเจมส์ ตอน 1 Kings บทที่ 21 บรรทัดที่ 23 ว่า … และพระเยโฮวาห์ได้ตรัสถึงเยเซเบลเช่นกันว่า พวกสุนัขจะกินเยเซเบลข้างกำแพง แห่งยิสเรเอล 

ความตายของเธอนั้นทำให้เลข 23 ถูกมันมาเชื่อมโยงแบบเลี่ยงไม่ได้ และยังเป็นต้นเรื่องของผลงานศิลปะชื่อภาพว่า The Death Of Jezebel (ความตายของเยเซเบล) โดยหุสตาฟ ตอเร (Gustave Dore) เป็นภาพพิมพ์ เหตุการณ์ที่เยเซเบลถูกจับโยนลงจากหน้าต่างหอคอยพระราชวังของเธอเอง และถูกสุนัขกัดกินร่างของเธอ

ซึ่งเป็นผลจากข้อพิพาทสวนองุ่น และสงครามการโค่นบังลังก์ ผลลัพธ์แห่งการกระทำที่บูชาเคารพ ความเชื่อในแบบลัทธิของเธอ  ที่นำพาไปสู่การร่วมประเวณี ที่มีความขัดแย้งกับความเชื่อแบบเอกเทวา หรือพรเจ้าผู้สูงสุดองค์เดียว ที่เป็นศาสนาหลักในดินแดนของอิสราเอลในตอนนั้น

อาถรรพ์ 23 Enigma 

ปรากฏการณ์ความเชื่อในเรื่องของสัญญาณบอกเหตุ อาถรรพ์เลข 23 เรียกว่า 23 Enigma (ทเวนตีทรี อินิกมา) เกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษ 20 ยุคที่มีการสื่อสารมวลชน การกระจายเรื่องราวให้เป็นเรื่องใหญ่ และดึงดูดความสนใจจากตนจำนวนมาก

คนที่ใช้คำศัพท์นี้ยุคแรก ๆ คือ Willliam S Burroughs (วิลเลียม เอส เบอร์โรห์) นักเขียนชาวอเมริกัน เจ้าของผลงานนิยายที่ทรงอิทธิพลมากอย่าง Naked Linch ยุค 50 – 60 หลังจากที่ได้เริ่มสังเกตเห็นถึงอาถรรพ์ที่มักจะมาพร้อมกับเลข 23

เลข 23 นั้นได้ปรากฏขึ้นกับเขาเป็น 2 เหตุการณ์ที่เลวร้าย ทำให้เขาเริ่มหมกมุ่นกับเลข 23 นับจากนั้นเป็นต้นมา ค.ศ.1961 เบอร์โรห์ได้ตีพิมพ์เรื่องสั้นชื่อเรื่องว่า 23 Skidoo เขาถูกยกให้เป็นบุคคลสาธารณะคนแรก ที่ได้จุดกระแสความหมกมุ่นกับอาถรรพ์เรื่องเลข 23 นักเขียนชื่อ บาร์นาบี โรเจอร์สัน ได้เขียนถึงเขาในหนังสือ Book Of Number : The Culture Of Number – From 1,001 Night To The Seven Wonders Of The Word ตีพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 2013 

23 Enigma ความเชื่อที่ซ่อนในเลข 23

และความหมกมุ่นของเขาก็ได้ถูกไปยังเพื่อนของเขา ที่เป็นนักเขียนเหมือนกันชื่อว่า Robert Anton Wilson (โรเบิร์ต แอนทอน วิลสัน) และ Robert Shea (โรเบิร์ต ชีอา) เกิดนิยายชุด IIIuminatus! Trilogy แห่งยุค 70 นิยายที่ได้รวมเรื่องราวความเชื่อของลัทธิต่าง ๆ หรือสังคมลับ ๆ ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น ศาสนาที่เชื่อในเรื่องของความโกลาหล นับถือเทพีเอทริส (เทพีแห่งความโกลาหล) ทฤษฎีสมทบคิด และกลุ่มลับของปัญญาชน ที่เป็นคลื่นใต้น้ำการปฏิวัติฝรั่งเศส กลุ่มฟรีเมซอง และอิลลุมิเนติ 

นิยายชุดนี้ฮิตมากในหมู่ของแฟนคลับ ที่จุดกระแสความเชื่อทฤษฎีสมคบคิดแบบอิลลุเนติขึ้นมาอีกครั้ง และยังได้สร้างเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์ ได้กลายเป็นเรื่องที่คนอเมริกันหมกมุ่นกับเรื่องขององค์กรลับ แผนการล้างโลก และสัญญาณต่าง ๆ ผสมผสานเรื่องเล่า การจับหลักฐานต่าง ๆ มาตีความในกรอบทฤษฎีตามความเชื่อของตัวเอง 

และอีกหนึ่งคนที่มีการหมกมุ่นกับเรื่องของเลข 23 เช่นกัน คือ จอห์น ฟอร์บส์ แนซ เป็นนักคณิตศาสตร์ ที่ได้คว้ารางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ จากทฤษฎีเกม นักคณิตศาสตร์ระดับอัจฉริยะ แต่มีอาการป่วยด้วยโรคจิตเภท Schizophrenia (อาการประสาทหลอนหูแว่ว และการเห็นภาพซ้ำ) เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ตอนอายุ 29 ในตอนที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำ สายวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่าง Massachusetts Institute Of Technology (MIT)

เลข 23 นั้นมีอิทธิพลต่อ จอร์น แนช มาก ๆ จนถึงขั้นที่เรียกว่าหมกมุ่น ผสมกับสภาวะทางจิตของเขาด้วย ทำให้เขาเริ่มที่จะเห็นสัญญาณจากเลข 23 ซ้ำ ๆ และปักใจเชื่อว่ามันเป็นสัญญาณบอกเหตุของเขา เหตุการณ์แรกที่เราได้แสดงอาการ คือ เขาได้อ้างว่า ภาพถ่ายของพระสันตะปาปาจอห์นที่ 23 (Pope John XXIII) ปกนิตยสาร LIfe ฉบับวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ.1963 ว่า นั้นเป็นภาพใบหน้าของเขา นี้คืออาการหมกมุ่นกับอาถรรพ์ของเลข 23 ของจอห์น

ในวัย 60 ปี อาการป่วยของเขาได้ดีขึ้น และรับพิจารณาให้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ จากการที่ได้พัฒนา และชีวประวัติของจอห์น แนช เป็นต้นแบบของภาพยนตร์ A Beautiful Mind

ความหมกมุ่นในเลข 23

สัญญาณบอกเหตุ 23 Enigma ได้กลายมาเป็นแรกบันดาลใจจากภาพยนตร์หลายเรื่องมาก ที่ได้มีการเล่าเรื่องถึงคนที่หมกมุ่นกับเลข 23 เช่น ภาพยนตร์เยอรมัน เรื่อง 23 ที่ออกฉายเมื่อ ค.ศ.1998, ภาพยนตร์ฮอลลีวูดแนวระทึกขวัญ Number 23 ฉายเมื่อ ค.ศ.2007 แสดงโดย จิม แครีย์ เล่าเรื่องผู้ชายที่หมกมุ่นเรื่องเลข 23 จากการที่ได้อ่านหนังสือเรื่อง หมายเลข 23 และภาพยนตร์อเมริกาเรื่อง Pi ฉายเมื่อ ค.ศ.1998 เล่าถึงคนที่หมกมุ่นกับการอ่าน และการตีความหมายเลข 23 ความเชื่อเรื่องที่พระเจ้าพยายามส่งสัญญาณผ่านเลขตัวนี้ 

ในทางการแพทย์ คนที่มีอาการเช่นนี้ เป็นโรคทางสมองที่เรียกว่า Apophenia สมองจะมองเห็นความเชื่อมโยงของความคิด หรือสิ่งที่ไม่ได้มีการเชื่อมโยงกันในความเป็นจริง หรือมีการตีความที่ลำเอียงตามที่ใจเราเชื่อ หรือข้อสันนิษฐานที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงเสมอไป อาการนี้เป็นภาวะที่สมองได้มีการรับรู้เฉพาะจุด (Selective Perception) จะเลือกการมองเห็น และตีความเฉพาะทาง ไปตามความเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การมองเห็น หรือการสะดุดกับเลขใด ๆ และมีการตีความหมาย จะมีการเข้าข่ายของอาการนี้ 

Apophenia เป็นโรคทางประสาทวิทยา มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน Apophene นักประสาทวิทยาชื่อว่า Klaus Konrad ได้เริ่มใช้คำนี้มาเป็นคำอธิบายอาการทางจิตวิทยา แต่ความหายแบบสุ่ม ๆ จากเหตุการณ์โดยบังเอิญ คำนี้จะหมายถึง ความสามารถทางจิตใจของมนุษย์ ในการจับภาพความสัมพันธ์ข้อมูลที่ไม่ได้คาดคิด หรือไม่ได้ตั้งใจ และเพื่อหาส่วนแบ่งของความหมาย ในแบบผสมแบบสุ่ม และเหตุการณ์ที่มีความบังเอิญ และยังสามารถเรียกว่า ความพยายามที่จะเข้าใจความสัมพันธ์ที่ไม่จริง แต่ความเชื่อเรื่องลี้ลับเหล่านี้ก็ไม่มีการถูกปฏิเสธโดยนักวิทยาศาสตร์อย่างสิ้นเชิง

เรื่องราวของเลข 23 นั้นมีความน่าสนใจมาก ๆ สาระดี ๆแบบนี้เรามีมาฝากกันทุก ๆ วัน และยังมีเกมสนุก ๆ ให้คุณได้เข้ามาเล่น พร้อมรับเงินรางวัลเข้ากระเป๋า รับประกันความคุ้ม เกมครบในเว็บเดียว ทั้ง คาสิโน บาคาร่า เสือมังกร ไฮโล กำถั่ว รูเล็ต สล็อต เกมยิงปลา แทงบอล ที่ดีที่สุด พนันกีฬาออนไลน์ที่ 1 ในเอเชีย ต้องเว็บของเราเลย