ประวัติฟุตบอล สู่กีฬาที่นิยมมากที่สุด!

กีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ประวัติฟุตบอล มีความเป็นมา วิวัฒนาการเป็นอย่างไร ?? เพราะอะไรกันนะฟุตบอล ถึงได้กลายมาเป็นกีฬาที่เป็นที่รู้จัก และเป็นที่นิยมมากขนาดนี้

ความเป็นมา กีฬาสุดฮิต ประวัติฟุตบอล

ฟุตบอล (Football) หรือชอคเกอร์ (Soccer) กีฬาที่ได้รับความสนใจ มีผู้เข้าชมการแข่งขัน และผู้เข้าเล่นจำนวนมากที่สุดในโลก ประวัติฟุตบอล ชนชาติไหนที่ได้เป็นผู้ให้กำเนิดกีฬา ฟุตบอล ขึ้นมา สิ่งนี้อาจจะไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้แน่นอน เพราะแต่ละชนชาติต่างก็พากันยืนยันว่า เป็นกีฬาที่เกิดมาจากประเทศของตน

แต่ในประเทศฝรั่งเศส และประเทศอิตาลี จะมีการแข่งขันกีฬาชนิดหนึ่งเรียกว่า ซูเลอ (Soule) หรือจิโอโค เดล คาซิโอ (Gioco Del Calcio) จะมีลักษณะการเล่นคล้าย ๆ กับฟุตบอลในปัจจุบัน

ทำให้ทั้งสองประเภทมีการถกเถียงกันว่า กีฬาฟุตบอลนั้นถือกำเนิดมาจากประเทศของตัวเอง เป็นข้อที่หาข้อยุติไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้แน่นอน ดังนั้นประวัติของฟุตบอล ที่มีหลักฐานการอ้างอิง เพราะการเล่นมีกติกาการแข่งขันที่แน่นอน คือ ประเทศอังกฤษ เพราะได้มีการจัดตั้งสมาคมฟุตบอล พ.ศ.2406 และฟุตบอลอาชีพของประเทศอังกฤษที่ได้เกิดขึ้น พ.ศ.2431 

ประวัติฟุตบอล วิวัฒนาการบอล

กีฬาฟุตบอลนั้น จะมีวิวัฒนาการไปพร้อม ๆ กับมนุษย์ของเราเลยก็ว่าได้ ต้นกำเนิดจากตะวันออกไกล ๆ จะได้รับอิทธิพลมาจากสงครามครั้งสำคัญ เช่น สงครามของพระเข้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ที่ได้นำ แกลโล – โรมัน (Gello – Roman) พร้อมกันกีฬาต่าง ๆ เข้ามาที่เมือง (Gaul) เป็นรากฐานที่เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลในอนาคตต่อมา และฮาร์ปาสตัน ก็ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นซูเลอ

ประวัติของฟุตบอลแต่ละภูมิภาค

ความเป็นมาของฟุตบอลตะวันออกไกล ได้มีหลักฐานการบันทึกจากบุคคลสำคัญอย่าง ขงจื้อ ได้กล่าวเอาไว้ในหนังสือกังฟูเกี่ยวกับกีฬา กีฬาที่ใช้เท้า และศีรษะในสมัยของจักรพรรดิ์ เซิงติ (Emperor Caeng Ti) 32 ปีก่อนคริสตกาล มีการเล่นคล้ายกับฟุตบอลชื่อว่า ซือ – ซู (Tsu – Chu) หมายถึงการเตะลูกหนังด้วยเท้า ที่ได้รับความนิยมไปอย่างกว้างขวางในยุคนั้น ซึ่งนักประพัทธ์ และนักประวัติศาสตร์ในตอนนั้น ต่างก็ได้ยกย่องผู้เล่นที่มีชื่อเสียงว่า วีรบุรุษของชาติ และในสมัยเดียวกันนี้ ก็ยังมีการเล่นคล้าย ๆ ฟุตบอลที่ญี่ปุ่นอีกด้วย 


ฟุตบอลตะวันออกกลาง ณ กรุงโรม ความเจริญของตะวันออกไกล ที่ได้แผ่ขยายมาถึงตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิทธิพลที่ได้มาจากสงคราม โดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช การเล่นกีฬาชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ฮาร์ปาสตัน กีฬาสุดฮิตของชาวโรมัน และกรีกโบราณ

ที่มีวิธีการเล่น คือ จะมีประตูคนละข้าง แล้วจะเตะลูกบอล ไปที่จุดหมายที่ต้องการ เช่น จากหมู่บ้านหนึ่ง – ไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง จะเตะ หรือขว้างไปข้างหน้าฮาร์ปาสตัน ที่หมายถึงการขว้างไปข้างหน้า ซึ่งดูเหมือนจะเป็นต้นกำเนิดของกีฬา ที่มีการเล่นในสมัยยุคกลาง 

ขนาดของสนามนั้นจะมีขนาดเล็กกว่าซูเลอ แต่จุดประสงค์ในการเล่น คือ การนำลูกบอลไปยังแดนของตัวเอง แต่เนื่องด้วยมีเสียงที่ดังโครมครามจากการวิ่งแย่งลูกบอล ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากมาย ซึ่งเป็นข้อห้ามของพระเจ้า จึงได้มีพระบรมราชโองการในนามของพระเจ้าแผ่นดินว่า ห้ามเล่นกีฬาดังกล่าวในเมือง ผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก มีคำสั่งนี้ออกมาวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.1892 ให้ยิงธนูเพื่อฉลองในเทศกาลต่าง ๆ แทนการเล่นฟุตบอล 

เริ่มต้นการแข่งฟุตบอล ประวัติฟุตบอล

โอกาสต่อมาได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเผชิญหน้าระหว่างทีมต่าง ๆ ที่อยู่ห่างกันโดยประมาณ 3 – 4 ไมล์ (5 – 6.5 กิโลเมตร) ในปี พ.ศ.2344 ซึ่งกีฬาฟุตบอลได้ถูกขัดเกลาให้ดีมากขึ้น จะมีการกำหนดจำนวนผู้เล่น ให้เล่นเท่า ๆ กันทั้ง 2 ฝ่าย ขนาดของสนามจะอยู่ที่ 80 -100 หลา (79 – 31 เมตร) ประตูทั้งสองข้างนั้น จะอยู่ที่ริมสุดของสนาม ที่ทำมาจากไม้ 2 อัน ห่างกันที่ 2 – 3 ฟุต 

ปี พ.ศ.2366 ได้จัดการแข่งฟุตบอลในรูปแบบของปัจจุบัน William Alice คือ ผู้ที่ได้เริ่มตั้งกฎต่าง ๆ สำหรับฟุตบอล และรักบี้ พ.ศ.2393 มีการกำหนดระเบียบ และกฎออกในการเล่นออกไปสู่ดินแดนต่าง ๆ ให้ทำตามเหมือนกันหมด จำกัดผู้เล่นที่ 15 – 20 คน 

ความเป็นมาของฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษ 

เมื่อ 900 กว่าปีก่อน ประเทศอังกฤษได้ตกไปอยู่ในการปกครองของเคนส์ เชื้อสายโรมัน ซึ่งยกกองทัพมาตีที่หมู่เกาะอังกฤษทางตอนใต้ และได้มีการปกครองเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.1589 อังกฤษเริ่มมีความเข้มแข็งขึ้น และทำการขับไล่พวกเคนส์ออกไปได้ หลังจากอีก 2 – 3 ปี อังกฤษก็ได้มีการปรับปรุงประเทศเป็นการใหญ่เลยทีเดียว มีทั้งการขุดอุโมงค์ตามพื้นที่หลายแห่ง ซึ่งการขุดอุโมงค์คนงานได้ขุดเข้าไปพบศีรษะบริเวณใกล้ ๆ กับตรงที่เคยมีสนามรบ และเป็นที่ฝังศพของพวกเคนส์มาก่อน ทำให้เกิดอารมณ์ความแค้นขึ้น

ประวัติฟุตบอลอังกฤษ

คนงานจึงได้เตะกะโหลกทันที ส่วนคนอื่น ๆ นั้น ก็พากันหยุดทำงานชั่วคราว แล้วหันมาเตะกะโหลกแทน เพื่อเป็นการระบายความแค้นกันแบบสนุกสนาน และเมื่อหากะโหลกมาเตะไม่ได้ ก็ได้มีการนำเอาถุงลมวัวมาทำเป็นลูกกลม ๆ เตะแทนกะโหลก เป็นการเล่นที่สนุกสนานมาก ต่อมาชาวโรมันได้นำเกมนี้ไปเล่นที่อังกฤษ จากนั้นชาวอังกฤษก็มีการปรับเปลี่ยนวิธีการเล่น

ระยะแรก ๆ จะเล่นฟุตบอลเป็นกลุ่ม ๆ เฉพาะคนธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้มีการจำกัดจำนวนผู้เล่น ประตูจะห่างกันออกไปเป็นไมล์ และใช้เวลาเล่นหลายชั่วโมง จะเป็นการละเล่นในหมู่ทหารใหม่ที่ถูกเกณฑ์ นักบวช คนที่แต่งงาน คนโสด พ่อค้าแม่ค้า

เกมชนิดนี้จึงได้กลายมาเป็นสิ่งที่ใช้ฉลองในงานพิธีต่าง ๆ เช่น วันโชรพ ทิวเดย์ (Shorve Tuesday) จะมีฟุตบอลนัดสำคัญที่ผู้คนรอชม เกมในตอนนั้นจะเล่นกันแรง และมีการบาดเจ็บเยอะ

วันที่ 13 เมษายน พ.ศ.1857 พระเจ้าเอ๊ดเวิร์ดที่ 2 ทรงได้ออกราชกฤษฎีกา เพราะการเล่นนั้นมีเสียงที่ดังอึกทึก จากการที่เล่นแย่งบอลกัน และอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุมากมาย จึงได้ห้ามเล่นกีฬาดังกล่าว ใครที่ฝ่าฝืนจะต้องโทษจำคุก

จุดเริ่มต้นของสโมสรฟุตบอล สมาคมฟุตบอล ประวัติฟุตบอล

พ.ศ.2400 สโมสรฟุตบอลจะมีการก่อตั้งครั้งแรก ณ เมืองเซนพัสด์ประเทศอังกฤษ ต่อมาวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2406 สโมสรฟุตบอล 11 แห่ง ก็ได้มีการมารวมกันที่กรุงลอนดอน เพื่อที่จะก่อตั้งสมาคมฟุตบอลขึ้น ถือว่าเป็นการกำเนิดสมาคมแห่งชาติกว่า 140 สมาคม

และทำให้การเล่นฟุตบอล จะต้องเล่นตามกฎกติกา ที่สมาคมฟุตบอลได้ตั้งขึ้น เวลาผ่านไปจากคำว่า Association ย่อเป็นคำว่า Assoc และกลายเป็น Soccer ในที่สุด จะนิยมเรียกกันในอังกฤษ แต่ที่อเมริกาจะเรียกว่า Football หมายถึงอเมริกันฟุตบอล 

พ.ศ.2412 ฟุตบอลได้เริ่มมีการแข่งขันภายใต้กฎของสนามคมแห่งชาติ ระหว่างทีมรัตเกอร์ และทีมบรินท์ตัน และปี พ.ศ.2413 มีการกำหนดผู้เล่น ให้เลือกฝั่งละ 11 คน ประกอบไปด้วยกองหน้า 9 คน ผู้รักษาประตู 2 คน ผู้รักษาประตูจะใช้เท้ามือเล่น เหมือน ๆ กับ 9 คนแรก ต่อมาก็เหลือผู้รักษาประตู 1 คน และอนุญาตให้ใช้มือจับลูกบอลได้ในปี พ.ศ.2433 

เมื่อกิจกรรมการเล่นฟุตบอลค่อย ๆ มีความเจริญที่ต่างจังหวัด จนกระทั่งสงครามครั้งที่ 1 ได้มีการตั้งสมาคมฟุตบอลในต่างจังหวัด เมื่อปี พ.ศ.2450 และมีการฝึกสอน พ.ศ.2484 นอกเกาะอังกฤษ กะลาสีเรือ ทหาร พ่อค้า วิศวกร หรือแม้กระทั่งนักบวช ก็ได้มีการนำกีฬาชนิดนี้ไปเผยแพร่ ที่ประเทศเดนมาร์ก เป็นประเทศที่ 2 ในยุโรป

ที่อเมริกาใต้ สโมสรแรกก็ได้ถูกจัดตั้งขึ้นที่ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อได้มีพี่น้องชาวอังกฤษ 2 คน ได้ลงข้อความโฆษณาบนหนังสือพิมพ์ ที่เมืองบูเอโนสไอเรส (Buenos Aires) เพื่อจะหาผู้สมัคร 

ปี พ.ศ.2427 ฟุตบอลได้เข้ามาเป็นหนึ่งในวิชาเรียนของเมืองบูเอโนสไอเรส และมีการแข่งขันระดับชาติครั้งแรกในทวีปอเมริกาใต้ การแข่งขันระหว่างอาร์เจนตินากับอุรุกวัย พ.ศ.2448 และในอเมริกาเหนือเริ่มมีการจัดการแข่งขันเมื่อ พ.ศ.2435

ความเป็นมา ความเจริญรุ่งเรืองของฟุตบอล

ที่อิตาลี ฮาร์ปาสตัน ต้นกำเนิดของ จิโอโค เดล คาลซิโอ ผู้เล่นกีฬาที่เป็นผู้นำสังคม หรือแม้กระทั่งคนชั้นสูงทางศาสนา เช่น สันตปาปา เกลาเมนต์ที่ 7 / ลีออนที่ 10 / เออร์เบนที่ 7 เป็นถึงแชมป์ในกีฬาหลอเรนไทน์ฟุตบอล และต่อมาชาวโรมัน ก็ได้ดัดแปลงการเล่นฮาร์ปาสตัมใหม่ กำหนดให้ใช้เท้าในการเตะลูกบอล ส่วนมือจะใช้ในการทุ่มบอล เป็นกีฬาที่นักรบชาวโรมันนิยมกันเป็นอย่างมาก 

กีฬาฮาร์ปาสตัม ที่มีต้นกำเนิดมาจากโรมันนั้น ได้มีการดัดแปลงมาเป็นกีฬาซูลอ หรือซูเลอ ที่มีความเหมือนกันที่ การนำลูกบอลกลับไปที่แดนของตัวเอง และสนามจะมีขนาดที่กว้างมาก ซูเลอมันจะเล่นกันบ่ายวันอาทิตย์ หลังจากการสวดมนต์ และจะมีการแข่งขันในช่วงเวลาดีคาร์วาล เป็นที่นิยมมากในเขตปริตานี และมอร์ลังดี และได้มีการเผยแพร่ไปที่อังกฤษ จากผู้ติดตามของวิลเลี่ยม ผู้พิชิตภายหลังการรบเฮสติ้ง 

สำหรับจุดเริ่มต้นของบอลในเอเชีย ประเทศอินเดียเป็นแระเทศแรก ที่มีการเริ่มเล่นฟุตบอล ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยกัลกัตตา ผู้ที่ได้นำสำเนากฏหมายมาเผยแพร่ พ.ศ.2426 

และในส่วนของออสเตรเลีย พ.ศ.2435 ได้มีการแข่งขันชิงถ้วยรางวัลครั้งแรก ตอนนั้นในทวีปยังไม่ได้มีชื่อเสียงในเรื่องฟุตบอลเท่าไหร่นั้น กีฬาชนิดนี้มีผู้ได้กล่าวว่า ได้มีการเริ่มเล่นเมื่อร้อยปีมาแล้ว และได้มีหลักฐานว่า มีการก่อตั้งสมาคมการเล่นฟุตบอลแห่งนิวเซาท์เวลส์ในออสเตรเลีย พ.ศ.2425 และสมาคมฟุตบอลนิวซีแลนด์ ก็ได้ถูกจัดตั้งขึ้นหลังจากออสเตรเลีย 9 ปี

สมาคมในระดับนานาชาติแห่งแรก ได้มีการจัดตั้งขึ้นในประเทศแอฟริกาใต้ แต่จริง ๆ แล้วอียิปต์ คือ ประเทศแรกที่ได้มีการแข่งขันในระดับชาติ พ.ศ.2467 3 ปีที่ได้มีการจัดตั้งสมาคมขึ้น และอียิปต์สามารถเอาชนะฮังการีได้ 3 – 0 ประตู ณ กีฬาโอลิมปิกที่ปารีส

ความเจริญของฟุตบอล

การแข่งขันระดับชาติระหว่างอังกฤษ และสกอตแลนด์ ตั้งแต่ พ.ศ.2415 และปีแรกของ ศตวรรษที่ 20 ประเทศยุโรปประเทศอื่น ๆ และ พ.ศ.2447 กลุ่มประเทศต่าง ๆ ในแถบนี้ได้มีประชุมที่ปารีส เพื่อจัดตั้งสมาคมฟุตบอลนานาชาติครั้งแรก ก่อนจะจัดตั้งสหพันธ์ 20 วัน สเปน และเดนมาร์กยังไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันมาก่อน และ 3 ประเทศ ใน 7 ประเทศที่เข้าร่วมประชุมก็ยังไม่มีสมาคมฟุตบอล แต่ฟีฟ่าก็มีความแข็งแกร่งมาเรื่อย ๆ มีสมาชิก 5 ชาติ เมื่อ พ.ศ.2481 และ 73 ชาติ ในปี พ.ศ.2493 และปัจจุบันมีประเทศที่เข้าร่วมกว่า 146 ประเทศ ที่ได้เขามามีส่วนร่วมของฟีฟ่า องค์กรการกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก 

ความก้าวหน้าของฟุตบอล ประวัติฟุตบอล

สมาพันธ์ประจำทวีปของสมาคมฟุตบอลแห่งแรกที่ได้จัดตั้งขึ้น คือ Conmebol เป็นสมาพันธ์ของอเมริกาใต้ จัดตั้งขึ้นเพื่อแข่งขันชิงชนะเลิศภายในทวีปอเมริกาใต้ พ.ศ.2460 เกือบครึ่งศตวรรษ ต่อมาการแข่งขันในทวีปมีความหลากหลายมากขึ้น จึงมีการจัดตั้งสมาคมอื่น ๆ ขึ้นอีก สมาคมฟุตบอลยุโรป พ.ศ.2497 จัดขึ้นมาปีเดียวกับสหพันธ์ฟุตบอลแห่งแอฟริกา หรือสหพันธ์ฟุตบอลอเมริกากลาง อเมริกาเหนือ และแคริบเบี้ยน จัดตั้งขึ้น พ.ศ.2504 และน้องใหม่ของวงการฟุตบอลโลก คือ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งโอเซียนเนีย 

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Federation International Football Association FIFA)

ประวัติฟุตบอล ได้มีการก่อตั้งขึ้นมาที่กรุงปารีส ประเทศปารีส เมื่อ พ.ศ.2447 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศฝรั่งเศส มีประเทศที่เข้าร่วมก่อตั้ง 7 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เบลเยียม เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ สำนักงานใหญ่จัดตั้งที่ เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และสมาพันธ์ฟุตบอล ที่ได้มีการรับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ

  • Africa (C.A.F) : มีสมาชิกมากที่สุด คือ ประเทศแอลจีเรีย ตูนิเซีย แซร์ไนจีเรีย ซูดาน เป็นต้น
  • America – North and Central Caribbean (Concacaf) : มีประเทศสมาชิก คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก คิวบา เอติ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส เป็นต้น 
  • South America (Conmebol) : มีประเทศสมาชิก คือ ประเทศเปรู บราซิล อุรุกวัย โบลิเวีย อาร์เจนตินา ชิลี เวเนซุเอลา อีคิวเตอร์ โคลัมเบีย เป็นต้น 
  • Asia (A.F.C.) : มีประเทศสมาชิก คือ ประเทศไทย มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง เลบานอน อิสราเอล อิหร่าน จอร์แดน เนปาล เป็นต้น 
  • Europe (U.E.F.A.) : เป็นเขตที่มีการพัฒนามากที่สุด มีประเทศสมาชิก คือ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันนี ฮังการี อิตาลี สกอตแลนด์ รัสเซีย สวีเดน สเปน เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น 
  • Oceania : มีสมาชิกน้อยที่สุด และเพิ่งจะได้รับการแบ่งแยก มีประเทศสมาชิก คือ ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิจิ ปาปัวกินี โดยประเทศที่เข้าร่วมสมาชิก จะต้องมีการเสียค่าบำรุงเป็นรายปี ปีละ 300 ฝรังวิสส์ หรือประมาณ 2,400 บาท

ความเป็นมาสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย

  • พ.ศ.2495 ได้มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เฮลซิงกิ ที่ประเทศฟินแลนด์ ได้มีนักกีฬาจากประเทศเอเชียเข้าร่วม จึงได้มีการปรึกษาที่จะจัดตั้งสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียขึ้น
  • พ.ศ.2497 การแข่งขันเอเชียนเกม ที่กรุงมะลิลา ประเทศฟิลิฟปินส์ ได้มีการตั้งคณะกรรมการจากชาติต่าง ๆ มีประเทศเข้าร่วมสมาชิก 12 ประเทศ 
  • พ.ศ.2501 การแข่งขันเอเชียนเกม ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการประชุมกันเรื่องนี้อีกครั้ง และมีประเทศที่เข้าร่วมเป็น 35 ประเทศ 
  • พ.ศ.2517 การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกม ที่เตหะราน ประเทศอิหร่าน มีการประชุมประเทศสมาชิก A.F.C. และได้มีลงมติขับไล่อิสราเอลออกจากการเป็นสมาชิก และให้จีนแดงเข้าร่วมสมาชิกแทน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของ FIFA เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความประหลาดใจกับบุคคลทั่วไป แต่ก็เนื่องมาจากสาเหตุทางการเมือง 
  • พ.ศ.2519 ได้มีการประชุมที่ประเทศมาเลเซีย สมาชิกก็ได้มีการลงมติขับไล่ประเทศไต้หวันออกจากการเป็นสมาชิก ทั้ง ๆ ที่ไต้หวันเป็นประเทศที่ร่วมก่อตั้งสมาพันธ์มา 

ประวัติฟุตบอลในประเทศไทย พ.ศ.2440 – 2451

ประวัติฟุตบอล ในไทย ครูเทพ หรือเจ้าพระยาธรรมศักดิ์ (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ได้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการครั้งแรก และได้นำฟุตบอลเข้ามาเล่นในประเทศไทย ก็ได้เกิดเสียวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ บ้างก็กล่าวหาว่า ฟุตบอลนั้น เป็นกีฬาที่ไม่เหมาะเล่นที่ประเทศไทย ที่มีอากาศร้อน เหมาะกับเมืองหนาวมากกว่า และเป็นกีฬาที่อันตรายต่อผู้ชม ดูผิวเผินแล้วอาจจะคล้อยตามได้ง่าย แต่ตอนหลังข้อกล่าวหาก็ค่อย ๆ หมดไป จนฟุตบอลได้กลายมาเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมที่สุดของคนไทย และทั้งโลก 

  • พ.ศ.2440 : รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จนิวัติพระนคร กีฬาฟุตบอลนั้นได้รับความสนใจอย่างมาก บรรดาข้าราชการ ครูอาจารย์ ตลอดถึงชาวอังกฤษในประเทศไทย และคนไทยที่สนใจมีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ ประกอบกับที่ครูเทพนั้นได้พยายามปลูกฝังการเล่นฟุตบอลในโรงเรียนแบบจริงจัง และได้มีการแพร่หลายในโอกาสต่อมา 
  • พ.ศ.2443 (ร.ศ.119) : ได้มีการแข่งขันฟุตบอลอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2443 ที่สนามหลวง ที่เป็นสนามที่ในการออกกำลังกาย และประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นการแข่งขันระหว่าง ชุดบางกาก กับ ชุดกรมศึกษาธิการ จากกระทรวงธรรมการ หรือเรียกชื่อการแข่งขันครั้งนี้ว่า การแข่งขันฟุตบอลตามข้อบังคับของแอสโซซิเอชั่น ปัจจุบันได้เรียกว่า การแข่งขันสมาคมฟุตบอล หรือฟุตบอลสมาคม ผลการแข่งขันครั้งพิเศษ ชุดกรมศึกษาธิการ เสมอ ชุดบางกอก ต่อมาครูเทพได้มีการวางแผนจัดการแข่งขับฟุตบอลนักเรียนแบบเป็นทางการ พร้อมใช้กติกาแบบสากลมาใช้
ฟุตบอลในไทย
  • พ.ศ.2444 (รศ.120) : หนังสือวิทยาจารย์ เล่มที่ 1 ตอนที่ 7 ของเดือนพฤษภาคม 2444 ได้ตีพิมพ์เผยแพร่กติกาในการแข่งขันฟุตบอลสากล และการแข่งขันเป็นแบบแผนสากล และการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนครั้งแรก ก็ได้เกิดขึ้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเป็นนักเรียนชายที่อายุไม่เกิน 20 ปี จัดการแข่งขันแบบน็อกเอาต์ หรือแพ้คัดออก (Knockout Or Elimnations) อยู่ภายใต้การจัดการของ กรมศึกษาธิการ สำหรับทีมที่ชนะติดต่อกัน 3 ปี จะได้รับเป็นโล่รางวัลเป็นกรรมสิทธิ์ 
  • พ.ศ.2448 (รศ.124) : เดือนพฤศจิกายน สามัคยาจารย์สมาคม ได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรก ในการแข่งขันฟุตบอลของบรรดาครู และสมาชิกครู ชื่อว่า ฟุตบอลสามัคยาจารย์ 
  • พ.ศ.2450 – 2452 (รศ.126 -128) : ผู้ตัดสินชาวอังกฤษ ม.ธ.อี.เอส.สมิธ อดีตนักฟุตบอลอาชีพ ได้ทำการตัดสินในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปีด้วยกัน ทำให้คนไทยโดยเฉพาะครู – อาจารย์ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ กติกาต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น 
  • พ.ศ.2451 (รศ.127) : ได้มีการจัดการแข่งขัน เตะฟุตบอลไกล ครั้งแรกขึ้น

ประวัติฟุตบอลไทย พ.ศ.2452 – 2458 

  • พ.ศ.2452 (รศ.128) : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 สวรรคต วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2452 เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ของผู้ที่สนับสนุนฟุตบอลในไทย ต่อมากรมศึกษาธิการได้ประกาศการแข่งขัน แบบพบกันหมด (Round Robin) แทนการจัดการแข่งขันแพ้คัดออก ใช้การนับคะแนนแบบแคนาดา (Canadian System) คือ ชนะ 2 คะแนน เสมอ 1 คะแนน แพ้ 0 คะแนน และยังใช้กันอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

    ต่อมารัชกาลที่ 6 มีความสนพระทัยในกีฬาฟุตบอล ถึงขั้นทรงกีฬาฟุตบอลเอง และทรงตั้งทีมฟุตบอลส่วนพระองค์ ทีมเสือป่า และเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแข่งขันฟุตบอลเป็นราชกิจ และยังมีการเผยแพร่ข่าวสาร หนังสือพิมพ์ บทความต่าง ๆ ด้านฟุตบอลมากมาย 
  • พ.ศ.2457 (รศ.133) : พระยาโอวาทวรกิจ (แหมผลพันชิน) หรือนามปากกา ครูทอง ได้เขียนบทความกีฬา เรื่องจรรยาบรรณของผู้เล่น และผู้ชมฟุตบอล และพระยาวรเวทย์ พิสิฐ (วรเวทย์ ศิวะศริยานนท์) ได้เขียนบทความ เรื่องการเล่นฟุตบอล และพระยพาณิชศาสตร์วิธาน (อู๋ พรรธนะแทพย์) เขียนบทความกีฬาที่ประทับใจชาวไทยอย่างยิ่ง คือ เรื่องอย่าสำหรับนักเลงฟุตบอล
  • พ.ศ.2458 (รศ.134) : ประชาชนไทยมีความสนใจเรื่องฟุตบอลกว้างขวางมากขึ้น เนื่องด้วยกรมศึกษาธิการได้พัฒนาวิธีการเล่น มีการจัดการแข่งขัน การตัดสิน กติกาการเล่นฟุตบอลที่ได้รับการยอมรับจากสากล ตลอดจนการจัดระเบียบการแข่งขัน ที่มีความรัดกุมมากขึ้น และผู้ใหญ่ในวงการยังให้ความสนใจมาก ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ลงมาถึงบรมวงศานุวงศ์ไปถึงสามัญชน และชาวต่างชาติ และ ปีนี้ได้มีการจัดการแข่งขัน การแข่งขันฟุตบอลถ้วยทองของหลวง การแข่งขันฟุตบอลสโมสรเป็นการแข่งขันระหว่าง ทหาร – ตำรวจ – เสือป่า ผู้เล่นจะต้องมีอายุเกินกว่าทีมนักเรียน ถือเป็นการเพิ่มประเภทการแข่งขันบอล

    ราชกรีฑาสโมสร หรือสปอร์ตคลับ นับว่าเป็นสโมสรแรกของไทย และเป็นศูนย์รวมของชาวต่างประเทศ ที่กรุงเทพ ฯ สปอร์ตคลับเป็นศูนย์กลางของกีฬาหลายประเทศ โดยเฉพาะฟุตบอล ได้มีผู้เล่นระดับชาติจากประเทศอังกฤษ เข้ามาร่วมทีมหลายคน เช่น มร.เอ.พี.โคลปี. อาจารย์โรงเรียนราชวิทยาลัย นับว่าเป็นทีมฟุตบอลที่ดี มีความพร้อมมากที่สุดในด้านของผู้เล่น งบประมาณ และสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐาน จึงได้เป็นเจ้าภาพให้ทีมต่าง ๆ ของไทยมาเยือนเสมอ ๆ 

    ทำให้วงการฟุตบอลไทยพัฒนามากยิ่งขึ้น และรัชกาลที่ 6 ทรงสนพระทัยโดยเสด็จมากเป็นองค์ประธาน พระราชทานรางวัลเป็นราชกิจวัตร ทำให้เรียกการแข่งขันสมัยนั้นว่า ฟุตบอลหน้าพระที่นั่ง และในระหว่างการพักครึ่ง จะมีการแสดง พวกฟุตบอลตลกหลวง เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน และการแข่งขันฟุตบอลสโมสรครั้งแรก มีทีมสมัครเข้าร่วม 12 ทีม ใช้เวลาในการแข่ง 46 วัน จำนวน 29 แมตซ์ ที่สนามเสือป่า ถนนพระลาน สวนดุสิต จ.กรุงเทพ ฯ หรือสนามหน้ากองอำนวยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ

ความเจริญของฟุตบอลในไทย ได้อย่างกว้างขวางไปสู่สโมสรกีฬาต่างจังหวัด หรือชนบทไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้การสนับสนุนของรัชกาลที่ 6 และพระองค์ทรงได้มองการณ์ไกลว่า ความจะจัดตั้งศูนย์ หรือสมาคมที่มีระบบ และแบบแผนที่ดี โดยได้มีคณะกรรมการบริการสมาคม และทรงมีพระบรมราชโองการให้ก่อตั้ง สโมสรคณะฟุตบอลสยาม ขึ้นมาโดยพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงเล่นฟุตบอล โดยมีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยาม ดังนี้ 

ความเจริญของฟุตบอลในไทย ได้อย่างกว้างขวางไปสู่สโมสรกีฬาต่างจังหวัด หรือชนบทไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้การสนับสนุนของรัชกาลที่ 6 และพระองค์ทรงได้มองการณ์ไกลว่า ความจะจัดตั้งศูนย์ หรือสมาคมที่มีระบบ และแบบแผนที่ดี โดยได้มีคณะกรรมการบริการสมาคม และทรงมีพระบรมราชโองการให้ก่อตั้ง สโมสรคณะฟุตบอลสยาม ขึ้นมาโดยพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงเล่นฟุตบอล โดยมีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยาม ดังนี้ 

นักฟุตบอลไทยในอดีต ประวัติฟุตบอล

จากวัตถุประสงค์ที่ได้กล่าวมา เป็นสิ่งที่ผลักดันให้สมาคมฟุตบอลแห่งสยามได้มีความเจริญก้าวหน้าจนถึงทุกวันนี้  พ.ศ.2458 (รศ.134) การแข่งขันระหว่างชาติครั้งแรกของไทย จัดขึ้นวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2458 ที่สนามกรีฑาสโมสร (สนามม้าในปัจจุบัน) เป็นการแข่งระหว่างทีม ทีมชาติสยาม กับ ทีมราชกรีฑาสโมสร ต่อหน้าพระที่นั่ง และมี มร.ดักลาส โรเบิร์ตสัน าเป็นผู้ตัดสิน ผลของการแข่งขัน ทีมสยามชาติชนะที่ 2 – 1 ประตู

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2458 เป็นการแข่งขันระหว่างชาตินัดที่ 2 หน้าพระที่นั่ง ที่สนามเสือป่าสวนดุสิต ผลออกมาว่า ทีมชาติสยาม เสมอ ทีมราชกรีฑาสโมสร 1 – 1 ประตู 

วิวัฒนาการของฟุตบอลไทยอีกหนึ่งขั้น !

  • พ.ศ.2459 : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกรุณาโปรดเกล้า ฯ จัดตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยาม เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2459 และตราข้อบังคับขึ้นในสนามฟุตบอลแห่งสยาม ใช้ชื่อย่อว่า ส.ฟ.ท. และเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า The Football Association Of Thailand Ubder The Patronage Of His Najesty The Hing (F.A.T.) และสมาคมฯ จัดถ้วยแข่งขันถ้วยใหญ่ และถ้วยเล็กเป็นครั้งแรก
  • พ.ศ.2468 : ภาคีสมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 ชุดฟุตบอลเสือพรานหลวง รับถ้วยจากพระยาประสิทธิ์ศุภการ (เจ้าพระยารามราฆพ) ซึ่งเล่นกับชุดฟุตบอลกรมทหารรักษาวัง เมื่อ พ.ศ.2459 – 2460 รับได้เป็นกรรมสิทธิ์ ชนะ 2 ปี ติดต่อกัน

    ชุดฟุตบอลสโมสรกรมหรสพ ได้รับพระราชทานรางวัลถ้วยใหญ่ ของสมาคมฟุตบอลแห่งสยาม ในพระบรมราชูปภัมถ์ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2459 
  • พ.ศ.2499 : มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ครั้งที่ 3 และเรียกว่า ข้อบังคับลักษณะการปกครองสมาคมฟุตบอล ฯ ได้สิทธิ์ในการส่งฟุตบอลชาติไทยเข้าร่วมการแข่งโอลิมปิก ครั้งที่ 16 เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 ที่นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
การพัฒนาฟุตบอลไทย
  • พ.ศ.2500 : เป็นภาคีสมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ที่มีชื่อย่อว่า A.F.C (Asina Football Confedeation)
  • พ.ศ.2501 : มีการแก้ไขข้อบังคับการปกครองครั้งที่ 4
  • พ.ศ.2503 : มีการแก้ไขข้อบังคับการปกครองครั้งที่ 5 
  • พ.ศ.2504 – ปัจจุบัน : สมาคมฟุตบอล ฯ ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยน้อย และใหญ่ ภายหลังได้มีการจัดการแข่งขันแบบเดียวของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ จัดเป็นประเภทถ้วยพระราชทาน ก, ข, ค, ง และยังมีการจัดการแข่งขันประเทศอื่น ๆ เช่น ฟุตบอลนักเรียน ฟุตบอลเตรียมอุดม ฟุตบอลอาชีวะ ฟุตบอลเยาวชน อนุชน ฟุตบอลอุดมศึกษา ฟุตบอล FA CUP ฯลฯ และนอกจากนี้ยังได้มีการจัดการแข่งขัน และส่งเข้าทีมนานาชาติมากมายจนถึงปัจจุบันนี้ 
  • พ.ศ.2511 : สมาคมฟุตบอล ได้สิทธิ์ส่งทีมชาติฟุตบอล เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก ครั้งที่ 2 วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2511 ที่ประเทศเม็กซิโก
  • พ.ศ.2514 : มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับลักษณะการปกครองครั้งที่ 6 ชุดฟุตบอลทีมชาติไทยชุดแรก ที่ได้มีการเดินทางไปแข่งกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 16 ที่นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2499
  • พ.ศ.2531 : สมาคมฟุตบอล ฯ มีโครงการจัดการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ รวมทั้งมีการเชิญทีมต่างประเทศเข้าร่วมการแข่งขันในต่างประเทศได้ทั้งปี  

ฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย 

ประเทศไทยได้มีการจัดฟุตบอลอาชีพ คือ ไทยลีก จดโดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยในอดีตได้มีการแข่งขันโปรลีก จัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการแข่งขันจากหลายภูมิภาคในประเทศไทย สำหรับทีมที่ชนะไทยลีก จะมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขับเอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีก ที่เป็นการแข่งขันระดับทวีปเอเชีย 

ฟุตบอลอาชีพ ประวัติฟุตบอล

และทีมที่ชนะในลีก จะมีสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขับฟีฟ่าเวิร์ดคัพ เป็นการแข่งขันของสโมสรระดับโลก ขณะเดียวกันทีมรองชนะเลิศจากไทยลีก ก็จะได้เข้าร่วมเอฟเอคัพ ประเทศไทยนั้นได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับนานาชาติหลายครั้ง ได้แก่

  • เจ้าภาพเอเชียนคัพ 2 ครั้ง คือ 1972, 2007 (เจ้าภาพรวม)
  • เจ้าภาพฟุตบอลเอเชียเยาวชน 10 ครั้ง >> 9 ครั้งจัดที่กรุงเทพ ฯ 1962 1967 1969 1972 1976 1980 1982 และอีกที่หนึ่งครั้งที่เชียงใหม่ 1998
  • เจ้าภาพฟุตบอลเยาวชนหญิง 1 ครั้ง 2004
  • นอกจากนี้ยังได้มีการจัดการแข่งขันกีฬาที่สำคัญ โดยมีการแข่งขันฟุตบอลเข้าร่วมด้วย คือ เอเชียนเกม ซีเกม และมีการจัดการแข่งขันรายปี เช่น คิงส์คัพ ที่มีทีมชาติประเทศอื่นเข้าร่วมด้วย

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับฟุตบอล 

  • การยิงลูกโทษ เกิดขึ้นครั้งแรกจากความคิดของผู้รักษาประตูชาวไอร์แลนด์ วิลเลียม แม็คครูม (William McCrum) ในปี พ.ศ.2433 (ค.ศ.1890) ได้เสนอไอเดียกับสมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์ และมีการเสนอความคิดต่อให้กับสมาคม ฟุตบอลนานาชาติ มีการรับรองให้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2434 และมีการนำมาใช้ในช่วงฤดูกาล 1891 – 92
  • ลักษณะการยิงลูกโทษ จะมี 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแรก >> ยิงลูกโทษระหว่างการแข่งขัน เกิดจากที่ผู้เล่นฝ่ายรับทำฟาล์ว ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในเขตประตู ผู้ที่ยิงประตูจะมีสิทธิ์ยิงได้หนึ่งครั้ง เมื่อยิงเสร็จจะเล่นเกมต่อตามปกติ // ลักษณะที่ 2 การยิงลูกโทษภายหลังเมื่อหมดเวลาการแข่ง และทั้งสองฝ่ายจะต้องมีประตูเท่า การยิงลูกโทษตัดสินผู้ชนะ เริ่มจากยิงฝ่ายละ 5 คม สลับกันยิงลูกโทษ ถ้าตัดสินไม่ได้ ก็จะทำการยิงต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ผู้ชนะ   
  • โกลเดนโกล (Goalden goal) หรือกฎประตูทอง เป็นกติกาทีมฟุตบอลไว้สำหรับการตัดสินหาผู้ชนะ ในเกมที่ต้องมีการตัดสินผลแพ้ – ชนะ และการแข่งขันในเกมเสมอกันในเวลาปกติ 90 นาที ปัจจุบันกฎนี้ไม่ได้มีการถูกใช้ในการแข่งขันของฟีฟ่าแล้ว
ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับฟุตบอล

Goalden Goal ??

  • หากใช้กฎโกลเดนโกล ในช่วงเวลาพิเศาอีกครึ่งละ 15 นาที ทีมไหนที่ยิงประตูได้ก่อน ทีมั้นจะชนะไป ไม่ต้องทำการแข่งขันต่อ แต่ถ้ายิงประตูกันไม่ได้จนหมดเวลา ก็จะมีเข้าสู่ช่วงการยิงลูกโทษ เพื่อตามหาผู้ชนะ
  • กฎนี้ถูกคิดค้นโดยฟีฟ่าเมื่อ ค.ศ.1993 ใช้แทนคำว่า ซัดเดน เดธ (Sudden Death) เพราะมีความที่ค่อนข้างไปในทางลบ ถูกใช้ครั้งแรกในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมฟ์ชาติยุโรปในปี ค.ศ.1996 และฟุตบอลโลก ค.ศ.1998 
  •  การแข่งขันครั้งแรกที่มีการยิงโกลเดนโกลเกิดขึ้น คือ นัดการแข่งระหว่างออสเตรเลีย กับ อุรุกวัย เดือนมีนาคม 1993 รอบก่อนรองชนะเลิศ ในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนโลก สำหรับการแข่งขันสำคัญ ๆ ที่ตัดสินโดยโกลเดนโกล คือ รอบชองชนะเลิศของยูโร 1996 โดย โอลิเวอร์ เบียร์ฮอฟฟ์ ผู้เล่นของเยอรมันนี ชนะสหัรัฐเช็ค
  • กฎโกลเดนโกล มีจุดมุ่งหมาาย คือ เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการเล่นอย่างรวดเร็ว และฉลาด หลีกเลี่ยงการตัดสินด้วยจุดโทษ แต่ก็ได้รับเสียงวิพากวิจารณ์ว่า ทำให้ทีมฟุตบอลเล่นแบบเน้นป้องกันมากขึ้น เพื่อลดโอกาสในการแพ้ 
  • ค.ศ.2002 ยูฟ่าได้มีการนำกฎซิลเวอร์โกลมาใช้แทน โดยจะมีลักษณะคล้าย ๆ กับ โกลเดนโกล เพื่อที่จะไม่หยุดเกมเมื่อมีทีมยิงประตูได้ จะเล่นเกมไปจนจบครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษแทน 

การใช้ใบแดง ของการแข่งฟุตบอล 

การใช้ใบแดง ในการแข่งบอล ประวัติฟุตบอล
  • ใบแดงในการแข่งฟุตบอล จะตัดสินผู้เล่น (ผู้จัดการทีมด้วย) สำหรับคนที่ผิดกฎ กติกาในการแข่งขัน โดยใบแดงจะเป็นสัญลักษณ์การไล่ออกจากสนาม ใบแดงมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณใส่ในกระเป๋าเสื้อได้ จะมีสีแดงทั้ง 2 ด้าน 
  • การแจกใบแดง คือ ในระหว่างการแข่งขัน ที่มีการฟาล์ว กรรมการจะเป่านกหวีด เพื่อหยุดเกมชั่วคราว การให้ใบแดง เป็นการทำผิดกติกาอย่างรุนแรง กรรมการจะเรียกนักเตะคนนั้น และชูใบแดงขึ้น จะถือว่าผู้เล่นคนนั้นได้รับใบแดงแล้ว ด้วยการกระทำที่ผิดกฎอย่างรุนแรง หรืออาจจะเป็นตักเตือน (ใบเหลือง) 2 ครั้งในการแข่งขันนักเดียวกัน
  • หากผู้เล่นได้ใบแดงก่อนเริ่มเล่น สามารถส่งผู้เล่นตัวสำรองแทนได้ หากผู้เล่นถูกไล่ออกจากสนาม แต่ถ้าผู้เล่นถูกไล่หลังจากเกมเริ่ม จะต้องออกจากสนาม และฝ่ายที่ถูกใบแดง จะมีผู้เล่นลด 1 คน (ไม่สามารถส่งผู้เล่นมาเล่นแทนได้)

การเล่นฟุตบอลที่ถูกต้อง 

ฟุตบอล คือ กีฬาที่จะมีการเล่น 2 ทีม จะต่อสู้กันด้วยการเตะบอลในสนาม แต่ละทีมจะต้องมีผู้เล่นทั้งหมด 11 คน และจะมีตำแหน่งของผู้เล่นอย่างชัดเจน พร้อมการใช้อุปกรณ์การเล่นที่มีความสำคัญที่สุด คือ ลูกฟุตบอล ที่มีลักษณะเป็นทรงกลม ในการแข่งขันจะต้องเล่นบนสนามหญ้าจริง หรือหญ้าเทียม รูปทรงของสนาม จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีประตูที่ริมสนามสองฝั่ง และจะต้องอยู่กึ่งกลางของสนาม กติกาต่าง ๆ ถูกคิดค้นเป็นสากล ที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกจากฟีฟ่า สำหรับเวลาในการเล่นนั้น จะใช้เวลา 90 นาที 

และมีการแข่งครึ่ง 45 นาที พัก 15 นาที หากเกมยืดจากอาการบาดเจ็บ จะมีการทดเวลา หรือหากมีแต้มเท่ากัน จะมีการต่อเวลาออกไปอีกครึ่งละ 15 นาที รวมการต่อเวลาพิเศษ ที่อาจจะจะสูงสุด 30 นาทีเลย

กติกาฟุตบอล อัปเดท 

กติกาฟุตบอลถือว่า มีความสำคัญอย่างมากในการแข่งขัน เพื่อให้สามารถเล่นได้อย่างยุติธรรม และช่วยให้เกิดความสนุกสนาน ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ทำเกิดความลำเอียงในการตัดสิน และเป็นกติกาที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก ดังต่อไปนี้ 

กติกาฟุตบอล ประวัติฟุตบอล
  • สนามฟุตบอล เป็นสนามหญ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่เส้นขอบสนามเป็นสีขาวชัดเจน เส้นวงกลม เพื่อแสดงเขตที่ใช้ในการเขี่ยลูก ในการเริ่มเกม ขนาดรัศมี 3 เมตร
  • ลูกฟุตบอล จะเป็นรูปวงกลม ที่ทำจากหนัง หรือวัสดุที่ปลอดภัย
  • ผู้เล่นหลัก และสำรองของทั้งสองทีม จะมีตัวจริง 11 ตัว และตัวสำรอง 7 คน พร้อมใส่เสื้อสีเดียวกันทั้งทีม
  • ผู้เล่นทั้งตัวหลัก และสำรอง ต้องใส่เสื้อของทีมที่มีสีต่างจากผู้รักษาประตู และทีมตรงข้าม
  • ระยะเวลาการแข่งขันจะมีด้วยกัน 2 ช่วง คือ ช่วงแรก 45 นาที และครึ่งหลัง 45 นาที เวลาพัก 15 นาที 
  • หากฟุตบอลโดนเสา คานประตู หรือธงที่มุมสนาม แล้วเด้งกลับมาเข้ามาในสนาม สามารถเล่นต่อได้เลย 
  • ลูกบอลที่ออกเส้นขอบสนาม จะถูกตัดสินให้หยุดทันที
  • สนามฟุตบอล เป็นสนามหญ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่เส้นขอบสนามเป็นสีขาวชัดเจน เส้นวงกลม เพื่อแสดงเขตที่ใช้ในการเขี่ยลูก ในการเริ่มเกม ขนาดรัศมี 3 เมตร
  • ลูกฟุตบอล จะเป็นรูปวงกลม ที่ทำจากหนัง หรือวัสดุที่ปลอดภัย
  • ผู้เล่นหลัก และสำรองของทั้งสองทีม จะมีตัวจริง 11 ตัว และตัวสำรอง 7 คน พร้อมใส่เสื้อสีเดียวกันทั้งทีม
  • ผู้เล่นทั้งตัวหลัก และสำรอง ต้องใส่เสื้อของทีมที่มีสีต่างจากผู้รักษาประตู และทีมตรงข้าม
  • ระยะเวลาการแข่งขันจะมีด้วยกัน 2 ช่วง คือ ช่วงแรก 45 นาที และครึ่งหลัง 45 นาที เวลาพัก 15 นาที 
  • หากฟุตบอลโดนเสา คานประตู หรือธงที่มุมสนาม แล้วเด้งกลับมาเข้ามาในสนาม สามารถเล่นต่อได้เลย 
  • ลูกบอลที่ออกเส้นขอบสนาม จะถูกตัดสินให้หยุดทันที
  • ตำแหน่งล้ำหน้า จะเกิดขึ้นจากการตัดสิน ที่เห็นผู้เล่นไม่อยู่ในตำแหน่ง และได้มีการสัมผัสลูกบอล จะถือว่าเป็น การล้ำหน้าทันที
  • ลูกโทษ คือ การทำฟาล์ว ในกรอบสี่เหลี่ยมของประตู ทำให้ผ่านตรงข้ามเสียลูกโทษทันที
  • Free Kick เกิดจากที่ผู้เล่นทำฟาล์วนอกกรอบเขตโทษ การเตะจะให้ผู้เล่นอีกทีมนำลูกบอลมาที่จุดผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และเริ่มเกมต่อ
  • Goal Kick : การเตะลูกบอลของผู้รักษาประตู จะเตะจากเขตประตูตรงช่วงของกรอบด้านใน
  • ลูกทุ่ม : จะเป็นการทุ่มลูกบอล จากเส้นข้างสนาม จุดที่บอลไหลออกไป
  • ลูกเตะมุม : เกิดจากการที่บอลผ่านเส้นประตู แล้วออกไปนอกสนาม ผู้รักษาประตู จะเป็นคนสัมผัสคนสุดท้าย ทำให้นักเตะต้องนำลูกบอลมาไว้มุม ที่ใกล้กับประตู แล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง นักบอลที่รอจะต้องไม้เข้าใกล้ผู้เตะมุม 10 หลา

สนามฟุตบอลแต่ละประเภท

โดยทั่วไปแล้ว พื้นผิวของสนามบอลนั้นมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ๆ  ด้วยกัน คือ หญ้าธรรมชาติ หญ้าเทียม และสนามไฮบริด ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เมื่อเรานึกถึงสนามหญ้าเทียม จะมีหลายประเภท เช่น อครีลิค ทาร์แทน พื้นประสาน และ EPDM วันนี้เราจะมาอธิบายถึงประเภทของสนามที่ใช้งานบ่อยที่สุด

  • สนามหญ้าธรรมชาติ
สนามหญ้าธรรมชาติ

สนามที่ใช้ หญ้า และดินธรรมดา ต้องมีการยึดเกาะตามธรรมชาติที่ดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้ที่เล่น พื้นผิวของหญ้าธรรมชาติ มีอยู่จำนวนมาก ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของแต่ละภูมิภาค และระบบการระบายน้ำของสนามจะคล้าย ๆ กับการดูแลสนามหญ้าทั่วไป บริษัทหลายแห่ง ใช้เวลา และความพยายามมาก ในการที่จะผสมผสานหญ้าธรรมชาติให้สมบูรณ์แบบที่สุด สามารถทนทานต่อการสึกหรอ 

  • สนามหญ้าเทียม
สนามหญ้าเทียม ประวัติฟุตบอล

สนามหญ้าเทียมเป็นพื้นผิวที่รับได้ทุกสภาพอากาศ พื้นผิวเทียมแห่งแรกที่ได้รับการพัฒนา Astrosome เมืองฮุสตัน สหรัฐอเมริกา เป็นสนามกีฬาในร่มแห่งแรก เป็นที่ตั้งของสนามเบสบอลอาชีพ และฟุตบอลในคราวเดียว พื้นผิวแรกได้ชื่อว่า Astroturt ทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์ บางสนามมีลักษณ์ใบที่สั้นมาก ทอเส้นใยอย่างแน่นหนา ให้ความรู้สึกเหมือนพรม สามารถกันกระแทก ช่วงแรก ๆ นั้น นักเตะไม่ค่อยชอบเล่นบนหญ้าเทียมกันเสียเท่าไหร่ เพราะเชื่อกันว่า รองเท้าบางตัวจะติดได้ อาจจะทำบาดเจ็บที่เข่าอย่างรุนแรง

แต่หลังจากที่หญ้าสังเคราะห์ได้รับการพัฒนาจากบริษัทต่าง ๆ ได้ทำการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีมากขึ้น และสนามกลางแจ้งหลาย ๆ แห่ง เริ่มมีการติดหญ้าเทียม เพราะมีราคาที่ถูกกว่าหญ้าจริง ที่จะต้องมีการรดน้ำ ตัดหญ้า เปลี่ยนหญ้า และยังมีสนามฟุตบอลอีกมาก ที่มีความอเนกประสงค์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งการจัดคอนเสิร์ต การชุมนุม 

  • สนามหญ้าไฮบริด
สนามหญ้าไฮบริด

พื้นผิวธรรมชาติแบบไฮบริด จะปลูกภายในฐานเส้นใยสังเคราะห์ เส้นใยมีสัดส่วนน้อยกว่า 5% ของพื้นที่หญ้า พื้นผิวแบบไฮบริดจะถูกสร้างขึ้นรอบ ๆ พรมหญ้าเทียม โดยจะใช้ทราบ หรือวัสดุอินทรีย์ แทนยาง เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ใยสังเคราะห์ มีการบำรุงรักษาเหมือนหญ้าเทียม สนามไฮบริดจะผสมผสานคุณสมบัติเชิงบวกของสนามธรรมชาติ และความแข็งแรง ทนทานของสนามหญ้าเทียม พื้นผิวไฮบริดจะให้ความทนทานมากกว่าหญ้าแบบธรรมชาติ รองรับชั่วโมงการเล่นได้มากกว่า

กว่าจะมาเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ใช้เวลายาวนานพอสมควรเลยทีเดียว เป็นกีฬาที่ฮิตมาก ๆ จนได้มีการนำมาเล่นเป็นพนันบอลออนไลน์ แทงบอลออนไลน์ ที่ช่วยสร้างรายได้มากมายให้กับเหล่านักพนัน เล่นกับเว็บของเรา พร้อมแล้วที่จะมอบความคุ้มค่ามากมายให้กับคุณ และเกมเดิมพันอื่น ๆ ที่เว็บของเราได้เปิดให้บริการ เช่น คาสิโน พนันกีฬาออนไลน์ เกมยิงปลา สล็อต แทงหวย